เปิดตำนานสารกระตุ้น ตอนที่ 1

คุณ อาจจะหลอกทุกคนได้ แต่หลอกยมทูตไม่ได้ การใช้สารกระตุ้นที่เป็นอันตรายและผิดกฏหมาย ผลข้างเคียงของมันทำให้คนที่คุณรักตายเรียบ รวมทั้งตัวคุณเองด้วย


บทความตอนนี้ไม่ เหมาะกับพระเอก ผู้ซึ่งอยากให้การแข่งขันเป็นเรื่องของความยุติธรรมและวัดกันที่ความสามารถ ล้วนๆ แต่ช้าก่อนสหายเอ๋ย อันความสามารถนั้นไม่ได้จำกัดเฉพาะทางร่างกายหรือจิตใจเ่ท่านั้น เหล่าชาติมหาอำนาจเองก็ยอมเล่นบทผู้ร้ายลึก อันเป็นที่มาของสิ่งที่เรียกว่า แทคติก ยกตัวอย่างเช่นการเก็บเพลย์เมคเกอร์ของฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่ 5 นาทีแรก ดังนั้นองค์กรเป็นกลางระหว่างประเทศ จึงได้ออกกฎระเบียบที่ปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อจัดการกับลูกเล่น ตลอดจนข้อได้เปรียบต่างๆ ที่จะส่อแววไปในการเอาเปรียบคู่แข่ง สารกระตุ้นจึงถูกห้ามใช้ในการแข่งขันและแน่นอนว่าทุกวันนี้คุณไม่สามารถเก็บผู้เล่นคนเก่งๆในสนามตั้งแต่ต้นเกมได้อีกต่อไป 

โดนแบนแบบงงๆ เพราะมีสารกระตุ้นปนเปื้อนในอาหาร?
โดนแบนไป 8 เดือนแบบพอให้อภัย เพราะใช้ยาแก้หวัด
พูดถึงความ ยุติธรรม น่าแปลกใจที่เรามีสารเสพติดทั้งที่ผิดกฏหมาย ซึ่งออกฤทธิ์รุนแรง ติดง่าย ตายเร็ว เช่น แอมเฟตามีนหรือโคเคน และที่ถูกกฎหมาย ซึ่งมีฤทธิ์อ่อนๆ ติดง่าย ตายช้า เช่น เหล้า และบุหรี่ ซึ่งประเภทหลังนั้นสร้างความเสียหายมากต่อประเทศชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม แน่นอนสารกระตุ้นก็เช่นกัน มันมีทั้งถูกและผิดกฏ โดยคณะกรรมการจะพิจารณาเป็นกรณีๆไป อย่างไรก็ตามไม่มีใครห้ามให้ใช้สารกระตุ้นในช่วงที่ทำการฝึกซ้อม แต่ผมก็ไม่แนะนำเนื่องจากข้อที่หนึ่งสารกระตุ้นร้อยละ 99 มีผลเสียอย่างร้ายกาจในระยะยาว และข้อที่สองมันไม่ได้การันตีว่าคุณจะชนะ และข้อที่สาม แม้ว่าคุณจะชนะ มีชื่อเสียง เงินทองและครอบครัวที่อบอุ่น ผลข้างเคียงของสารกระตุ้นจะพรากทุกอย่างที่ว่ามาไปจากคุณในวันใดวันหนึ่ง อย่างเจ็บปวด
สงสัยไหมครับว่าทำไมกาแฟถึงลดอ้วนได้
อ้าว แล้วเรามาพูดกันถึงสารกระตุ้นกันทำไม จะบอกว่ามีสารกระตุ้นอยู่ตัวหนึ่ง ที่ถูกบริโภคกันอยู่ทุกวัน เพราะมันไม่ได้ผิดกฏ หรือมีอันตรายมากมายอะไร จริงๆ ผู้เชียวชาญเองก็ยังสรุปไม่ได้ว่ามันเป็นสารกระตุ้นที่ดีหรือไม่ สารนี้ก็คือ "คาเฟอิน" ครับ คาเฟอินเป็นสารที่พบได้ในธรรมชาติ ในส่วนต่างๆของพืชหลายชนิดทั้งราก ลำต้น ใบ โดยเฉพาะในเมล็ดกาแฟ และโกโก้ มนุษย์เรานิยมเสพคาเฟอินมาตั้งแต่สมัยยุคหิน เนื่องจากทำให้ตื่นตัว ขจัดความเซื่องซึม ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์สามารถสังเคราะห์คาเฟอินได้จากห้องปฏิบัติการ รวมทั้งพืชที่มีคาเฟอินก็ถูกขยายพันธุ์ไปในหลายส่วนของโลก เอาล่ะคุณไม่ต้องไปรบกับพวกอินคาเพื่อชิงเมล็ดโกโก้อีกต่อไป หวังว่าสักวันพวกเขาจะสังเคราะห์น้ำมันดิบได้บ้างนะ
แม้จะพออธิบายได้บ้าง แต่กลไกที่ร่างกายตอบสนองต่อคาเฟอินยังไม่กระจ่างชัดทั้งหมด
การทดลองหาความ สัมพันธ์เกี่ยวกับคาเฟอินต่อผลการออกกำลังกายมีมาหลายสิบปีแล้ว แต่ผลการศึกษายังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดนักยังมีการศึกษาที่ขัดแย้งกัน เพราะอาจขาดกลุ่มตัวอย่างที่เพียงพอและข้อจำกัดเกี่ยวกับกลุ่มของอาสาสมัคร เอาเป็นว่าเท่าที่ทราบตอนนี้ การใช้คาเฟอินโดสกลาง (200 มิลลิกรัม) จะมีผลให้
1. ช่วยทำให้ร่างกายออกกำลังแบบทนทานได้นานขึ้น โดยจะดึงเอาไขมันในร่างกายมาใช้มากขึ้นกว่าปกติ ทำให้ผู้ที่ได้รับคาเฟอิน ออกกำลังได้นานกว่า มีประโยชน์กับกลุ่มนักกีฬาที่ต้องเล่นนานๆ เช่น ฟุตบอล วิ่งระยะไกล หรือ พายเรือ โดยกลไกนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด 
2. ทำให้สมองตื่นตัวโดยไปแย่งจับกับอดิโนซินรีเซปเตอร์ ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ร่างกายเกิดภาวะผ่อนคลาย คุณจะรู้สึกว่องไว และระมัดระวังตัว
3. กระตุ่นการหลั่งโดปามีนในสมองทำให้เพิ่มสมาธิ ความจำ ทำงานได้ดีขึ้น
4. คาเฟอินลดความต้านทานไฟฟ้าของเส้นประสาท เส้นประสาทจึงถูกกระตุ้นได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้คุณรู้สึกว่าเคลื่อนไหวร่างกายได้ง่ายและเร็วกว่าเดิม
5. คาเฟอินโดสอ่อนๆ ทำให้ร่างกายสงบ และหลับได้ดียิ่งขึ้น ว่าแล้วก็ชาสักถ้วยเป็นไงครับ
6. คาเฟอินขับน้ำออกจากร่างกายโดยลดการดูดกลับของน้ำและเกลือแร่ที่ไต
7. ลดความเสี่ยงการเป็นโรคพาร์กินสันและมะเร็งตับ อ่านดีๆนะครับ ลดความเสี่ยง
โดยปกติคาเฟอิน จะเริ่มออกฤทธิ์ตั้งแต่ที่ดื่มและมีผลสูงสุดอยู่ที่ 1 ชั่วโมงก่อนจะค่อยๆหมดฤทธิ์ที่ 5 ชั่วโมง โดยถูกสลายที่ตับ และขับออกผ่านทางปัสสาวะหมดในสามวัน
คณะกรรมการโอลิมปิกสากลยืดหยุ่นให้มีปริมาณคาเฟอินในปัสสาวะไม่เกิน 12 มิลลิกรัมต่อลิตร (เท่ากับการดื่มกาแฟหกแก้ว) ถือว่าไม่ผิดกฏ
เครื่องดื่มหลายชนิดมีคาเฟอินผสมอยู่
ฟังมาเหมือนจะดู ดี แต่คาเฟอินก็มีคุณสมบัติทำให้ติด เนื่องจากระหว่างที่เสพเกิดการหลั่งสารสื่อประสาทในสมองทำให้รู้สึกเคลิ้ม สุข คุณสมบัติที่ร่างกายจะเกิดการดื้อยาเมื่อบริโภคอย่างต่อเนื่อง (ดื่มเท่าเดิมให้ผลน้อยลงขึ้น) และคุณสมบัติที่ทำให้คุณลงแดงเมื่อขาด (ร่างกายปรับตัวต่อการขาดสารกระตุ้น) ส่งผลให้กระสับกระส่าย หงุดหงิด  
ยิ่งดื่มนาน ยิ่งดื่มมาก 
และหากร่างกาย ได้รับมากเกินไป ที่การดื่ม 80-100 แก้วกาแฟหรือ 135 มิลลิกรัมต่อลิตรในกระแสเลือด จะทำให้หัวใจห้องล่างขวาวาย นำไปสู่การเสียชีวิต ที่โดสสูง (~300 mg+ ขึ้นกับแต่ละบุคคล) จะทำให้เกิดการกระสับกระส่าย รบกวนการนอนหลับ หายใจหอบถี่ ใจสั่น ปวดกระบอกตา ปวดท้อง มือสั่น กระหายน้ำ ปวดหัว หากได้รับติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งกระเพาะ ปัสสาวะ หากมีอาการรุนแรงกรุณารีบไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา และเพื่อป้องกันไว้ก่อน การใช้คาเฟอินจึงต้องคำนวณปริมาณอย่างระมัดระวัง ซึ่งสังเกตุได้ที่ฉลากของเครื่องดื่มนั้นๆ จะบอกว่ามีคาเฟอินกี่มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร
 
เพื่อหลีกเลี่ยงผลเสียของร่ายกายและได้ประโยชน์สูงสุด
1. ใช้เมื่อออกกำลังกายแบบแอโรบิค
2. หลีกเลี่ยงเมื่อเป็นโรคตับ โรคหัวใจ หรือโรคความดันโลหิตสูง
3. ใช้ก่อนออกกำลังกาย 1 ชั่วโมง
4. โดสปานกลาง 
5. เพื่อป้องกันการเกิดการดื้อยา นานๆใช้ครั้ง (3-7 วัน/ครั้ง)
6. หาโดสที่เหมาะสม อัตราการสลายคาเฟอินของแต่ละคนไม่เท่ากัน คุณจึงควรจะลองที่โดสต่ำๆก่อน

Keepercat Shop

>>>ที่นี่ไม่สนับสนุนสินค้าปลอม สินค้าลอกเลียนแบบ ทุกรูปแบบนะครับ

Contact Us

085-459-7907
borgfoster@gmail.com